2007/Jan/02

Even A Small Star Shining In The Darkness

แม้ดาวดวงน้อยยังคงเปล่งแสงประกายในความมืด แม้ทุกวันจะสิ้นหวังมืดมนเพียงไหน ความหวังยังคงเปล่งประกายอยู่ทุกวัน..ทุกที่..ทุกเวลา หากเพียงเราเปิดใจและเปิดตามองดู จะพบว่าความมืดที่ยิ่งใหญ่ ยังคงไม่สามารถดับแสงเทียนแห่งความหวังดวงเล็กๆให้มอดลงได้ มีเพียงตัวเราเท่านั้นที่จะกำหนดเส้นทางและอนาคตของตน ด้วยจิตใจและสองมือของเราเอง ในปีนี้ก็ขอให้เราเปิดใจ และทำให้อนาคตของเราดีที่สุดก็พอ

ใจของเราก็เหมือนร่มชูชีพ มันจะทำงานได้ดีที่สุด เมื่อเปิดมันออก

Lord Thomus Kevar

----------------------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีปีใหม่ขอรับ หลังจากดองมานาน นานพอสมควรเลย แต่ก็ยังไม่ทิ้งหรอกนะ~(ดองไว้เฉยๆ...อะนะ) อันนี้กระผมก็ทำส่งท่านอาจารย์ขอรับ แต่งเองบ้างก็อพเขามาบ้าง ก็ขอมอบให้ทุกคนที่มาเยี่ยมชมบล็อกนี้ด้วยนะขอรับ โชคดีวันปีใหม่ครับ!

ปล.ขอแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ระเบิดในคืนวันที่31ด้วยนะครับ หลังจากนี้เศรฐกิจของไทยเราอาจจะทรุดลงเนื่องจากเหตุการณ์ที่รุมเร้าต่างๆ ก็ขอให้ทุกคนสู้เข้าไว้นะครับ สู้ๆครับ!

2006/Sep/04

Just belive

ขอเพียงเจ้าเชื่อ เจ้าก็จะสมหวัง..

]

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา(1 กันยายน 2549) ได้มีโอกาสไปเข้าค่ายของคริสต์แห่งนึง ก่อนไปก็นั่งทำรูปดังกล่าว ไม่ได้คิดจะมาแปะเลยนะตอนทำเนี่ย แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้วก็แปะซะ

ขอบอกไว้ก่อนว่าเรื่องที่จะเขียนต่อไปนี้ ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่แต่อย่างใด หากสร้างความไม่พอใจก็ขอโทษด้วยนะครับ....

กลับมาที่เรื่องค่าย..

เมื่อก่อนผมเปนพุทธ(ปัจจุบันก็เป็นอยู่นี่หว่า) เพิ่งย้ายมาโรงเรียนคริสต์ตอนม.4(ปีนี้ละ) แล้วมีเพื่อนผมคนนึงมันไปค่ายนี้ทุกปี โดยค่ายนี้โรงเรียนเป็นผู้จัด โดยจะให้พวกพี่ๆดูแลกัน ไปโดยสมัครใจ ไม่ไปก็ได้ ไปเสีย300สองคืน ไอ้เพื่อนคนเนี้ย มันก็ชวนผมไปเลย เอาวะ ไม่มีไรทำอยู่แล้วนี่ ไปก็ไป

โดยรวมแล้วไปค่ายนี้ก็สนุกดี ได้ความรู้มากขึ้นเยอะ เมื่อก่อนไม่รู้เลยว่าเค้าทำไรกันมั่ง ถึงตอนนี้จะไม่ได้รู้มากนักก็เถอะนะ..แต่ก็ดีขึ้นละน่า..

แต่ว่า ผมสงสัยมาก เวลาที่เค้าพูดถึงเรื่องของพระเจ้ากัน

ทำไมถึงเชื่อ?

.................

ทั้งๆที่ไม่เคยเห็นแท้ๆ ก็คงเหมือนกับที่หลายคนเชื่อว่าผีมีจริงนั่นแหละ ทั้งๆที่ไม่เคยเห็นแม้เงา ต่างกันตรงที่ว่าเชื่อในพระเจ้าด้วยศรัทธา แต่เชื่อเรื่องผีเพราะกลัว

แต่กระนั้น ผมก็เชื่อทั้งสองอย่าง แม้จะไม่เคยเห็น..

แต่กระนั้น ผมก็ยังคงไม่เชื่อทั้งสองอย่าง แม้จะมีคนบอกว่าเคยเห็น..

ที่ไม่เชื่อเนี่ย ไม่ได้ไม่เชื่อว่าพระเจ้ามีจริง มีน่ะมีแน่ แต่ผมไม่เข้าใจการกระทำหลายๆอย่างของพระเจ้า

ก็มีคนพูดอีกว่า "มนุษย์อย่างเราน่ะ ไม่ฉลาดพอจะเข้าใจเหตุผลของการกระทำทุกอย่างของพระเจ้าหรอก"

เป็นเหตุผลที่ดี....แต่ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมได้ยิน มัน...ไม่ใช่

มันไม่ใช่เหตุผล........มันเป็นข้ออ้าง..

ไบเบิ้ล....ไม่เคยมีบันทึกไว้ว่าพระเยซูเป็นผู้เขียน(ใช้ราชาศัพท์ไม่เป็นขออภัย..)

ผู้ที่เขียนส่วนใหญ่เป็นนักบวช ซึ่งกว่าจะเริ่มเขียนก็หลังจากที่เรื่องของพระเยซูถูกตรึงกางเขนผ่านไปหลายปีแล้ว..

ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ แม้จะเพียง10ปี นั่นก็นานพอแล้วที่จะทำให้คำสอนของพระเจ้า ถูกมนุษย์บิดเบือน...

"จงรักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง"

นี่ละ คำสอนที่ยอดเยี่ยม ทำตามได้โลกนี้ต้องมีแต่ความสงบสุข แต่ทว่ายามใดที่มีใครพูดลบหลู่พระเจ้า พวกที่บอกว่าตัวเองเป็นผู้รับใช้พระเจ้ากลับจับดาบฟาดฟันอย่างไร้ความปราณี....คงไม่มีใครที่รักตัวเองแล้วเอาดาบฟันหัวตัวเองหลุดหรอกนะ..

ทั้งๆที่บอกว่าตนเองเป็นผู้เชื่อในพระเจ้าแท้ๆ แต่กลับไม่สามารถทำตามคำสอนที่จะเรียกว่าเป็นแก่นของคำสอนทั้งหมดได้...

นี่เรื่องนึง....ยังมีอีก..อันนี้หากอยากอ่านคงต้องคุยตัวต่อตัวในmsn..ขออนุญาตลงตัวดำ

ขออีกครั้งแล้วกันนะ ข้อความเหล่านี้เป็นเพียงคำถามโง่ๆของเด็กชายคนนึงที่มีความสงสัยคลางแคลงใจต่อพระเจ้า หากทำให้ใครไม่พอใจก็ขออภัยมาณที่นี้ด้วย

วันนี้อาจจะมาแบบแรงไปนิด งิงิ แต่วันนี้ผมก็มีความสุขดีนะ ถ้าไม่ติดเรื่องต้องมานั่งคิดเรื่องข้างบนเนี่ย..


เกิดข้อผิดพลาดเล็กน้อย ลงตัวดำไม่ได้.....อ่านๆไปเหอะนะ อย่าใส่ใจมากเลย ไม่จำเป็นต้องเม้น แต่ถ้าอยากตอบคำถามของผมก็เม้นได้ไม่ว่ากัน แต่เม้นแล้วด่าเนี่ย....ขอเลยไม่ต้องเสียเวลาพิมก็ได้


edit @ 2006/09/04 19:28:16


edit @ 2006/09/04 19:29:52

2006/Aug/08


เอามาจากhttp://bbs.pramool.com/webboard/view.php3?katoo=r719294&page=28

เห็นว่าดีเลยเอามาให้อ่านกัน

+++ยอมเป็นน้ำ +++
ถ้าฉันเป็นผู้บันทึกสิ่งมหัศจรรย์บนโลกนี้ ฉันจะขอบันทึกชื่อ "น้ำ" เข้าไปเป็นอันดับแรกๆ

ความมหัศจรรย์ของน้ำ อยู่ที่มันสามารถเป็นได้ตั้งแต่สิ่งใหญ่ๆ อย่างมหาสมุทร จนไปถึงสิ่งเล็กๆ อย่างหยดน้ำบนยอดหญ้า น้ำ สามารถปรับตัวเองให้เข้ากับทุกที่ ตั้งแต่ที่ที่ร้อนแสนร้อน จนไปถึงที่ที่เย็นเฉียบอย่างขั้วโลกเหนือ น้ำจึงเป็นสิ่งที่ครอบครองพื้นที่เกือบทุกอณูบนโลกนี้

โลก เต็มไปด้วยผุ้คนที่แตกต่างกัน บางครั้ง....เราก็เลี่ยงไม่ได้ ที่จะต้องอยู่ในที่ที่ไม่เหมาะสมกับเรา หรือเผชิญกับปัญหาที่เราไม่ชอบ เช่น เราอาจต้องร่วมงานกับคนใจร้อนที่อยากทำงานให้เสร็จอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เราเป็นคนใจเย็น ชอบทำอะไรช้าๆอย่างค่อยเป็นค่อยไป บางครั้ง - - ความขัดแย้งอาจจะทำให้เราท้อ และไม่อยากร่วมงานกันต่อไป แต่หากเรายังคงต้องการให้งานเสร็จ เราก็ต้องยอมอยู่กับเขาและช่วยกันทำงานให้ลุล่วง

มีหลายคน ที่เบื่อหน่ายการอยู่ร่วมกับคนหมู่มาก บางคนตัดสินใจตัดขาดตัวเองจากหลายๆความผูกพัน และใช้ชีวิตเกินครึ่ง เพื่อหาใครสักคนที่เข้าใจเขาทุกสิ่ง แต่ในความเป็นจริงแล้ว คนที่เขาตามหาอาจไม่มีตัวตนจริงๆก็ได้ เพราะฉันเชื่อว่า คงไม่มีใครหรอกที่จะสามารถเข้าใจในความคิดของคนอื่นไปได้ทุกอย่าง

ฉันว่านะ แทนที่จะมามัวคิดเปลี่ยนคนอื่นให้มาเข้าใจเรา ทำไมเราไม่เปลี่ยนตัวเองให้เข้าใจคนอื่นบ้าง

ในที่อากาศร้อน ความร้อนต้องการให้สิ่งรอบตัวมันขยายตัว น้ำเข้าใจธรรมชาติของความร้อน จึงยอมปรับตัวกลายเป็นไอ เพื่อล่องลอยอยู่กับความร้อนได้ และในที่อากาศเย็น ความเย็นต้องการให้สิ่งรอบตัวมันหดตัว น้ำเข้าใจธรรมชาติของความเย็น มันจึงปรับตัวเป็นน้ำแข็ง และคงอยูในความเย็นได้

คนเราก็เช่นเดียวกัน บางครั้งเราก็น่าจะรู้จักปรับตัวเพื่อที่จะอยู่ร่วมกับผู้อื่น ยอมอ่อนน้อม เสียสละ เพราะถ้าเรามัวแต่คิดให้คนอื่นปรับตัวเข้าหาเรา บางทีคงไม่มีเลยสักวันที่จะเข้ากันได้ ฉันว่า ถ้ามันไม่เหนือบ่ากว่าแรงเกินไปนัก เรายอมเป็นไอน้ำ หรือเป็นน้ำแข็งบ้างก็คงไม่เสียหาย

แต่สิ่งสำคัญสิ่งหนึ่งก็คือ ไม่ว่าน้ำจะปรับตัวเองเป็นไอ หรือน้ำแข็ง มันก็ยังกลับมาเป็นน้ำเสมอ ดังนั้นขอให้เชื่อเถอะว่า การปรับอะไรบางอย่างเพื่อการอยู่ร่วมกัน ตัวตนของเรายังคงไม่หายไปไหน เพราะสุดท้ายเราก็ยังเป็นน้ำอยู่ดี


edit @ 2006/08/08 17:48:37